ธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอดในทุกสมัย ด้วยการเติบโตอย่างต่อเนื่องและความจำเป็นพื้นฐานของผู้บริโภค การเปิดร้านอาหารจึงกลายเป็นเป้าหมายของผู้ประกอบการจำนวนมากที่มองหาช่องทางประสบความสำเร็จ แต่ความจริงแล้ว การดำเนินธุรกิจร้านอาหารให้ประสบความสำเร็จนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องอาศัยการวางแผนที่รอบคอบและการเตรียมตัวอย่างถี่ถ้วน เพื่อให้การเปิดร้านอาหารของเราประสบความสำเร็จและคุ้มค่าการลงทุนที่สุด
ในบทความนี้ Oceantableware จะพาผู้ประกอบการหน้าใหม่ทุกท่านไปทำความรู้จักขั้นตอนสำคัญของการเปิดร้านอาหาร ตั้งแต่การเริ่มวางแผนไปจนถึงการเลือกซื้ออุปกรณ์ครัวที่เหมาะสม เพื่อให้ธุรกิจร้านอาหารของคุณเติบโตอย่างยั่งยืนและประสบความสำเร็จ
1. การวางแผนเปิดร้านอาหารให้สำเร็จ
1.1 กำหนดคอนเซ็ปต์ของร้านให้ชัดเจน
ขั้นแรกของการวางแผนเปิดร้านอาหารนั้น ผู้ประกอบการควรเริ่มต้นจากการกำหนดคอนเซ็ปต์ของร้านที่ชัดเจน ว่าจะขายอาหารประเภทไหน สไตล์อะไร เน้นขายลูกค้าที่เข้ามาทานที่ร้าน หรือขายอาหารเดลิเวอรี่ เพราะคอนเซ็ปต์จะเป็นตัวกำหนดทุกสิ่งทุกอย่างในร้าน ตั้งแต่การจัดสรรงบลงทุน สไตล์การออกแบบร้าน การเลือกอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงการออกแบบเมนูอาหารต่างๆ
การสร้างคอนเซ็ปต์ร้านอาหารที่โดดเด่นจะช่วยให้ร้านของเราโดดเด่น ทำให้ลูกค้ารู้จักและมีภาพจำที่เด่นชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารไทยแท้ ร้านอาหารฟิวชั่น หรือแม้แต่ไอเดียทำร้านขายของเล็กๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวก็ดี แต่สิ่งสำคัญนอกจากการวางคอนเซ็ปต์ที่น่าสนใจนั้น คือการเข้าใจกลุ่มเป้าหมายและการสร้างประสบการณ์ที่ตรงใจลูกค้า ที่จะเป็นหนึ่งในตัวกำหนดคอนเซ็ปต์การเปิดร้านอาหารของเรา
1.2 เลือกทำเลที่ตั้งอย่างมืออาชีพ
ทำเลที่ตั้งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดความสำเร็จของร้านอาหาร การเลือกทำเลต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย เช่น กลุ่มลูกค้าหลักในรัศมี 5 กิโลเมตร การเข้าถึงที่สะดวก ที่จอดรถ และการมองเห็นร้านจากผู้ที่สัญจรไปมา เพราะหากร้านอาหารของเรา ไม่ได้อยู่ในทำเลที่เข้าถึงง่าย หรือห่างจากกลุ่มลูกค้าที่ตั้งใจไว้ การเปิดร้านอาหารของเราก็อาจจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรได้
การเลือกทำเลที่มีลูกค้าผ่านไปมามากๆ แต่ค่าเช่าไม่แพงเกินไป เป็นตัวเลือกในฝันที่เหมาะสมสำหรับผู้ประกอบการหลายๆ คน แต่ทั้งนี้ ก็ต้องพิจารณาจากปัจจัยอื่นๆ ที่มีความสำคัญเช่นกัน เช่น ขนาดพื้นที่ ความสะดวกในการต่อเติม รวมถึงคู่แข่งในทำเลเดียวกัน รวมถึงรูปแบบการขายของร้านอาหาร หากต้องการเปิดร้านอาหารบุฟเฟต์สำหรับนั่งทานในร้าน ก็อาจต้องมองหาทำเลที่มีผู้คนพลุกพล่าน เดินทางสะดวก และมีพื้นที่เพียงพอสำหรับลูกค้า หรืออาจพิจารณาทำเลที่เน้นการส่งอาหาร (Delivery) มากกว่าการนั่งทานในร้าน เพื่อให้ได้ทำเลที่ราคาเข้าถึงง่ายกว่า
1.3 จัดทำแผนธุรกิจและคำนวณต้นทุน
การทำแผนธุรกิจที่ครอบคลุมก่อนเปิดร้านอาหาร จะช่วยให้ผู้ประกอบการเห็นภาพรวมของการลงทุนและประเมินความเป็นไปได้ของธุรกิจมากขึ้น สำหรับการสร้างร้านอาหารงบหลักหมื่นหรือมากกว่านั้น จำเป็นต้องจัดลำดับความสำคัญของการลงทุนอย่างรอบคอบ เพื่อให้การดำเนินการต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่น ไร้ปัญหาด้านเงินต่างๆ โดยแผนธุรกิจก่อนเปิดร้านอาหารที่ควรมี ได้แก่
- แนวคิดหลักและเป้าหมายของการเปิดร้านอาหาร: เป็นการกำหนดเป้าหมาย กลยุทธ์ และผลลัพธ์โดยรวมของร้านอาหาร ถือเป็นหนึ่งในแกนหลังของร้านอาหารของปัจจุบัน
- การวิเคราะห์ความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุน: เป็นการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อนของการเปิดร้านอาหาร รวมถึงความเสี่ยงและโอกาสต่างๆ ในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นได้
- แผนการตลาดและการดำเนินการ: กลยุทธ์ในการทำการตลาดเพื่อให้ร้านเป็นที่รู้จัก กระตุ้นยอดขายมากขึ้น รวมถึงขั้นตอนในการดำเนินการต่างๆ ภายในร้านอาหาร
- แผนการเงินและแผนรับมือฉุกเฉิน: รายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับการเงินของร้านอาหาร เพื่อใช้ในการวางแผนธุรกิจในอนาคต และร้านอาหารก็ควรมีแผนการรับมือกับเหตุไม่คาดฝันต่างๆ เช่น ภัยทางธรรมชาติ หรือปัญหาเศรษฐกิจต่างๆ เพื่อให้ธุรกิจของเราสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างไม่มีปัญหา
การคำนวณจุดคุ้มทุนทางธุรกิจก็ถือเป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน โดยผู้ประกอบการแต่ละคนจำเป็นต้องทราบว่าการเปิดร้านอาหารจะต้องขายได้เท่าไหร่ในแต่ละเดือนจึงจะไม่ขาดทุน และมีการกำหนดเป้ายอดขายในแต่ละเดือนจะต้องตั้งยอดขายไว้ที่เท่าไหร่ เพื่อประเมินว่าร้านอาหารของเรามีประสิทธิภาพสามารถทำได้ตามเป้าที่วางเอาไว้
2. การบริหารต้นทุนร้านอาหารอย่างมืออาชีพ
2.1 ทำความเข้าใจโครงสร้างต้นทุน
การบริหารต้นทุนที่ดี ถือเป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จในการเปิดร้านอาหารเช่นกัน โดยต้นทุนร้านอาหารแบ่งออกเป็น 6 หมวดหลักที่สำคัญ ดังนี้
- ต้นทุนวัตถุดิบ (30-35% ของยอดขาย): เป็นหัวใจสำคัญของการควบคุมต้นทุน การเลือกซื้อวัตถุดิบที่มีคุณภาพและราคาเหมาะสมจะช่วยให้ต้นทุนวัตถุดิบและคุณภาพของคงที่ พร้อมการจัดการสต๊อกที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบและขยะเหลือทิ้งในแต่ละวันได้
- ต้นทุนค่าเช่า (15-20% ของยอดขาย): เป็นต้นทุนคงที่ที่ผู้ประกอบการต้องจ่ายในทุกๆ รอบ ไม่ว่ายอดขายจะเป็นอย่างไร โดยผู้ประกอบการควรเจรจาเงื่อนไขการเช่าให้ดีที่สุดก่อนตัดสินใจเปิดร้านอาหาร ณ สถานที่ดังกล่าว สำหรับผู้ประกอบการที่มีพื้นที่ร้านค้าเป็นของตนเอง ก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าเช่าให้ใคร
- ต้นทุนแรงงาน (15-20%): การวางแผนกำลังคนให้เหมาะสมกับปริมาณงานและต้นทุนในจ่ายค่าแรงให้พอดีกับค่าใช้จ่ายและรายได้ต่างๆ ในร้าน สำหรับผู้ที่เปิดร้านอาหารคนเดียวอาจไม่มีต้นทุนในส่วนนี้
- วิธีการคำนวณงบเงินเดือน: ประมาณการรายได้ × 20% = งบเงินเดือนพนักงานต่อเดือน
- ต้นทุนการตลาด (2-5%): การใช้งบการตลาดให้คุ้มค่าและวัดผลได้ เช่น การยิงโฆษณา การจ้างอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) มาช่วยโปรโมตร้าน และการจัดโปรโมชันต่างๆ เพื่อกระตุ้นยอดขาย
- ต้นทุนสาธารณูปโภค (1-5%): เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ตประจำร้านอาหาร โดยการลดการใช้พลังงานบางอย่าง ก็สามารถลดต้นทุนในส่วนนี้ได้
- ต้นทุนอื่นๆ (1-5%): ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เช่นค่าวัสดุสิ้นเปลือง ค่าประกันภัย ค่าบำรุงรักษาร้านอาหารและอุปกรณ์ต่างๆ
2.2 สูตรการคิดราคาขายและกำไร
สำหรับการตั้งราคาขายอาหารให้มีประสิทธิภาพและคุ้มค่านั้น แนะนำให้ใช้วิธีการกำหนดเปอร์เซ็นต์ต้นทุน เช่น หากต้องการให้ต้นทุนอาหารอยู่ที่ 30% และมีต้นทุนจริง 35 บาท ก็จะสามารถคำนวณราคาขายได้ว่า: (35 × 100) ÷ 30 = 117 บาท
การเปิดร้านอาหารที่ประสบความสำเร็จควรมีกำไรขั้นต้นของอาหารแต่ละจานอยู่ที่ประมาณ 50-70% หรืออาจมากน้อยกว่านั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ เช่น ทำเล การตกแต่งร้าน และกลุ่มเป้าหมาย แต่ทั้งนี้ ก็ไม่ควรตั้งราคาที่สูงหรือต่ำเกินไป เนื่องจากอาจทำให้ลูกค้าไม่สนใจสั่งซื้ออาหาร และทำให้รายได้ของร้านลดลง
3. ไอเดียและรูปแบบร้านอาหารที่น่าสนใจ
การเลือกรูปแบบร้านที่เหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสสำเร็จในการเปิดร้านอาหาร โดยตัวอย่างของรูปแบบร้านที่นิยมในปัจจุบัน เช่น
- ร้านกาแฟขนาดเล็ก: เน้นลงทุนไม่สูงมาก ขายเครื่องดื่มและขนมเบาๆ ตามทำเลชุมชน สถานที่ทำงาน
- ร้านอาหารตามสั่ง: เน้นเมนูหลากหลาย ตอบโจทย์ลูกค้าทั่วไป ขายในทำเลที่หลากหลายได้
- ร้านอาหารออนไลน์ เน้นการส่ง: ประหยัดค่าตกแต่งหน้าร้าน เน้นลูกค้าที่สั่งเดลิเวอรี ไม่ต้องคอยบริการลูกค้าหน้าร้าน
- ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ: ตอบโจทย์เทรนด์ดูแลสุขภาพร่างกาย มีเมนูที่เน้นโภชนาการ เหมาะสำหรับทำเลในเมือง หรือใกล้กับฟิตเนส
- ร้านอาหารฟู้ดทรัก (Food Truck): เน้นความยืดหยุ่นในการย้ายทำเล ขายเมนูทำง่ายๆ เช่นแซนด์วิช เบอร์เกอร์
การเลือกรูปแบบร้านอาหาร นอกจากคอนเซ็ปต์และความสนใจของผู้ประกอบการแล้ว บางคนก็อาจจะให้ความสนใจกับวิธีการเปิดร้านใหม่ ทำไงให้ขายดีเป็นหลัก ซึ่งเคล็ดลับส่วนใหญ่มีตั้งแต่ การเลือกรูปแบบร้านที่ไม่เหมือนใครในทำเลดังกล่าว การเลือกรูปแบบร้านตามความถนัด รวมถึงการเลือกรูปแบบที่ใช้เงินลงทุนน้อย แต่สามารถสร้างรายได้ได้อย่างรวดเร็ว
4. อุปกรณ์ครัวและเครื่องแก้วที่จำเป็น
4.1 ชุดเครื่องแก้วและภาชนะเสิร์ฟ
การเลือกอุปกรณ์เสิร์ฟที่มีคุณภาพจะช่วยเสริมประสบการณ์ของลูกค้า
- แก้วน้ำ: เป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ทุกร้านต้องมี การเลือกแก้วน้ำที่มีดีไซน์สวยและทนทานจะสร้างความประทับใจให้ลูกค้า ทั้งระหว่างรออาหาร และระหว่างรับประทาน
- แก้วไวน์: สำหรับร้านที่เสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การมีแก้วไวน์หลากหลายประเภทตามชนิดของไวน์จะยกระดับการเสิร์ฟ และยกระดับไวน์นั้นๆ ให้โดดเด่นได้
- แก้วชาและกาแฟ: แก้วชา และแก้วกาแฟที่เหมาะสมช่วยเสริมกลิ่นหอมและความสวยงามน่าดื่มของเครื่องดื่มต่างๆ ของเรา
- แก้วค็อกเทล: สำหรับร้านบาร์หรือร้านที่มีเมนูค็อกเทล แก้วค็อกเทลแต่ละประเภทจะช่วยให้เครื่องดื่มออกมาสวยงามและมีรสสัมผัสที่เหมาะสม
- แก้วเบียร์: แก้วเบียร์ที่เหมาะสมจะช่วยคงฟองและเสริมรสชาติของเบียร์แต่ละประเภทได้เช่นเดียวกับแก้วไวน์
- ชุดแก้ว: การซื้อชุดแก้วมักจะคุ้มค่ากว่าการซื้อแยกชิ้น และยังช่วยให้แก้วน้ำในร้านมีเอกภาพและดีไซน์ในทิศทางเดียวกัน
- จาน ชาม: การเปิดร้านอาหารที่ดี ควรเตรียมจานชามขนาดต่างๆ สำหรับใส่อาหารแต่ละประเภท และต้องมีความทนทาน แข็งแรง เพื่อการใช้งานที่ยั่งยืน
- ช้อน ส้อม: ช้อนส้อมต่างๆ นอกจากจะเป็นอุปกรณ์สำคัญในการตักทานอาหารแล้ว ช้อนส้อมที่มีดีไซน์ที่สวยงาม และความแข็งแรงทนทาน ก็สามารถสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าได้เช่นกัน
การเลือกชุดเครื่องแก้วที่มีคุณภาพจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียง และน่าเชื่อถืออย่าง Oceantableware จะช่วยให้ร้านของคุณสร้างความประทับใจและเพิ่มมูลค่าให้กับการเสิร์ฟ พร้อมกับความทนทานแข็งแรง
4.2 ภาชนะสำหรับใส่และขนส่งอาหาร
- กล่องเก็บอาหาร กล่องข้าวพลาสติก: บรรจุภัณฑ์จำเป็นสำหรับการเปิดร้านอาหารที่มีบริการเดลิเวอรีและการสั่งกลับบ้าน (Take Away) กล่องข้าวพลาสติกที่มีคุณภาพจะช่วยรักษาความสดและอุณหภูมิของอาหาร รวมถึงป้องกันการรั่วซึมของอาหารระหว่างนำกลับ นอกจากนี้ กล่องเก็บอาหารยังสามารถประยุกต์ใช้ในการเก็บวัตถุดิบต่างๆ แยกจากกันอย่างเป็นระเบียบ
- ถุงใส่อาหาร: เหมาะสำหรับใส่บรรจุภัณฑ์ใส่อาหารต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการถือและการนำกลับบ้าน
4.3 อุปกรณ์ครัวพื้นฐาน
- กระทะ: เป็นอุปกรณ์หลักในการทำอาหารประเภทพัด ทอด ย่าง ร้านอาหารเปิดใหญ่ควรมีกระทะที่มีขนาดเหมาะสมกับประเภทและปริมาณการทำอาหารในแต่ละวัน และต้องมีความทนทานในการใช้งานด้วย
- หม้อ: เป็นอุปกรณ์หลักในการทำอาหารต้ม ตุ๋น นึ่ง การเลือกหม้อที่มีขนาดเหมาะสมกับปริมาณการผลิตและทนทานต่อการใช้งานหนัก
- ถาด: ใช้สำหรับเสิร์ฟอาหารและขนย้ายอาหารในครัว ถาดที่มีคุณภาพจะช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นและสะดวกสบาย
- เขียงไม้: เป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่สำคัญต่อการหั่น และการเตรียมวัตถุดิบ โดยเขียงไม้คุณภาพดีจะมีทนทานและไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และควรมีการแยกเขียงตามประเภทของวัตถุดิบแต่ละชนิด
- มีด: อีกหนึ่งอุปกรณ์ครัวชิ้นสำคัญสำหรับการหั่น ตัด สับต่างๆ ในการเปิดร้านอาหารจำเป็นต้องมีมีดประเภทต่างๆ ให้ครอบคลุมกับการใช้งาน เช่น มีดหั่น มีดแล่ มีดสับ มีดปอกผลไม้
- โหลแก้ว: เหมาะสำหรับการเก็บวัตถุดิบแห้ง เครื่องเทศ และของหวานต่างๆ โหลแก้วที่มีฝาปิดสนิทจะช่วยรักษาความสดและป้องกันความชื้น
5. กลยุทธ์การเปิดร้านใหม่ให้ขายดี
การขอใบอนุญาตและปฏิบัติตามกฎหมาย
ก่อนการเปิดร้านอาหาร ผู้ประกอบการจำเป็นต้องจดทะเบียนพาณิชย์และขอใบอนุญาตต่างๆ ให้ครบถ้วน เช่น ใบอนุญาตขายสุรา เพื่อให้ร้านอาหารของเราดำเนินการต่างๆ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมกับสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้าน และป้องกันปัญหาด้านกฎหมายต่างๆ ในอนาคต
การตั้งราคาขายให้เหมาะสม
การตั้งราคาที่เหมาะสมต้องพิจารณาทั้งต้นทุนและความยินยอมจ่ายของลูกค้า โดยกำไรขั้นต้นควรอยู่ที่ประมาณ 50-70% ของราคาขาย และการตั้งราคาต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น ทำเล การตกแต่ง ค่าแรงงาน ราคาของคู่แข่ง เป็นต้น
การสร้างเอกลักษณ์ของร้าน
ในยุคที่ร้านอาหารมีการแข่งขันสูง การมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นถือเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหารที่แปลกใหม่ การตกแต่งร้านที่มีสไตล์ หรือการบริการที่ประทับใจ ทั้งหมดนี้จะช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้กับร้านอาหารของเรา และทำให้ร้านเป็นที่จดจำในหมู่ลูกค้า
การวางแผนการตลาด
การทำการตลาดในยุคปัจจุบันต้องผสมผสานทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสื่อโซเชียลที่น่าสนใจ การจัดโปรโมชั่นที่ดึงดูดลูกค้า และการสร้างกระแสปากต่อปากที่ดี ก็จะทำให้ร้านเป็นที่พูดถึง ดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ และสร้างรายได้ในที่สุด
การบริหารทีมงาน
การมีทีมงานที่มีคุณภาพ ก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้การเปิดร้านอาหาร การเลือกพนักงานที่มีทั้งฝีมือและทัศนคติที่ดี พร้อมการฝึกอบรมและการดูแลที่เหมาะสมจะช่วยให้การดำเนินการของร้านอาหารมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
การเลือกแหล่งซื้อวัตถุดิบ
แหล่งวัตถุดิบที่ดีต้องมีคุณสมบัติ 5 ประการ ดังนี้ 1. คุณภาพดี 2. มีความหลากหลาย 3. มีการจัดส่งที่มีประสิทธิภาพ 4. ราคาเหมาะสม และ 5. บริการก่อน-หลังการขายที่ดี เพื่อให้ร้านอาหารของเราได้รับวัตถุดิบที่มีคุณภาพ จากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และพร้อมสนับสนุนในการเปิดร้านอาหารของเรา
การเปิดร้านอาหารที่ประสบความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากการเตรียมตัวอย่างดี การกำหนดคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจน การเลือกทำเลที่เหมาะสม และการคำนวณต้นทุนที่แม่นยำ เมื่อรวมกับการเลือกใช้อุปกรณ์ครัวและเครื่องแก้วที่มีคุณภาพ จะช่วยยกระดับมาตรฐานการให้บริการและสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าอย่างแท้จริง และส่งผลต่อความสำเร็จของร้านในระยะยาวอย่างยั่งยืน

เลือกซื้อแก้วหลากหลายประเภทจาก Oceantableware
Oceantableware คือ ผู้จัดจำหน่ายชุดเครื่องแก้ว แก้วชาและกาแฟ แก้วเบียร์ แก้วเหล้า อุปกรณ์ครัวอื่นๆ ที่ได้มาตรฐาน จากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ มีคุณภาพระดับเวิลด์คลาส เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และจัดเลี้ยง รวมถึงบริษัทและองค์กรต่าง ๆ จากประสบการณ์กว่า 38 ปี เรามุ่งเน้นการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารสู่ความทันสมัยอย่างมีสไตล์ ตอบโจทย์ทุกช่วงเวลาของความสุข ช่วยสร้างช่วงเวลาที่น่าจดจำ โอเชียนกลาสจึงเป็นผู้นำการจัดจำหน่ายชุดแก้ว และเครื่องครัวอื่นๆ ของเอเชียและส่งออกไปมากกว่า 90 ประเทศทั่วโลก
สอบถามเกี่ยวกับชุดเครื่องแก้วและเซตของขวัญได้ที่:
LINE: @oceanonline
โทร.: 062-390-0075
อีเมล: CS@oceanglass.com

