5 เรื่องที่เจ้าของมือใหม่ควรรู้ ก่อนเริ่มเปิดร้านอาหารญี่ปุ่น

อาหารญี่ปุ่น ถือว่าเป็นอาหารต่างประเทศที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเมนูปลาดิบอย่างซูชิ ซาชิมิ ไปจนถึงชาบู ทำให้การเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นเป็นโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการหลายๆ คน แต่การเริ่มต้นธุรกิจร้านอาหารไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีการแข่งขันสูง หากไม่เตรียมให้ดี ก็อาจจะพาให้การเปิดร้านอาหารญี่ปุ่น กลายเป็นการปิดร้านแทนได้

ในบทความนี้ Oceantableware จะมาแนะนำ 5 เรื่องสำคัญที่ผู้ประกอบการมือใหม่ควรรู้ก่อนลงทุนเปิดร้านอาหารญี่ปุ่น เพื่อให้ธุรกิจของคุณเริ่มต้นได้อย่างมั่นคงและประสบความสำเร็จระยะยาว ในตลาดร้านอาหารที่ท้าทายเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ

 

5 เรื่องที่ควรรู้ ก่อนเริ่มเปิดร้านอาหารญี่ปุ่น มีอะไรบ้าง

1. เลือกรูปแบบร้านอาหารที่อยากเปิด

การจะเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นนั้น สิ่งแรกที่ผู้ประกอบการมือใหม่ทุกคนควรตัดสินใจให้ดีก่อน คือ การเลือกว่าเราจะขายอาหารญี่ปุ่นแบบไหน เพราะอาหารญี่ปุ่นในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ซูชิหรือชาบูเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเมนูและรูปแบบให้เลือกหลากหลาย ซึ่งแต่ละประเภทมีเอกลักษณ์เฉพาะ ปริมาณการลงทุน และกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน ผู้ประกอบการและนักลงทุนที่คิดจะเปิดร้านอาหารญี่ปุ่น จึงควรเลือกประเภทร้านอาหารที่สอดคล้องกับทั้งความชำนาญ และความสนใจที่ตนเองมีด้วย โดยร้านอาหารญี่ปุ่นยอดนิยมในปัจจุบัน จะมีอยู่ด้วยกัน ดังนี้

  • ร้านซูชิ: เมนูข้าวปั้นหน้าปลาดิบยอดนิยม เน้นความพิถีพิถันในการคัดสรรวัตถุดิบสด ใหม่ และมีคุณภาพ สามารถทำได้ตั้งแต่ร้านระดับริมทาง ร้านบุฟเฟต์ ไปจนถึงร้านระดับไฟน์ ไดนิ่ง
  • ร้านปิ้งย่าง ยากินิกุ: เมนูปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น เน้นคัดสรรเนื้อสัตว์คุณภาพดี นำมาย่างบนโต๊ะพร้อมรับประทาน ต้องลงทุนระบบระบายอากาศเพิ่มเติม สามารถทำเป็นร้านบุฟเฟต์ได้
  • ร้านชาบู/สุกียากี้: เมนูต้มจุ่มเนื้อสไตล์ญี่ปุ่น โดยชาบูจะเป็นน้ำซุปใส ส่วนสุกียากี้จะเป็นน้ำซอสเข้มข้น เน้นน้ำซุปและวัตถุดิบสดสำหรับจุ่ม ต้องลงทุนระบบระบายอากาศเพิ่มเติม และสามารถทำเป็นร้านบุฟเฟต์ได้
  • ร้านราเม็ง: เมนูก๋วยเตี๋ยวสไตล์ญี่ปุ่น เน้นที่เส้นบะหมี่และน้ำซุปชนิดต่างๆ โดยน้ำซุปควรมีสูตรเฉพาะตัวที่โดดเด่นและอร่อย
  • ร้านอิซากายะ: ร้านเหล้าสไตล์ญี่ปุ่น เน้นเครื่องดื่มและอาหารทานเล่นที่หลากหลาย เช่น เมนูของทอด เนื้อย่างเสียบไม้
  • ร้านของทอดต่างๆ : เช่น ร้านเทมปุระ ร้านหมูทอดทงคัตสึ หรือร้านไก่คาราอาเกะ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะด้านรสชาติและวิธีการ ที่แตกต่างจากของทอดแบบอื่นๆ
  • ร้านขนมญี่ปุ่น: เช่น เครปญี่ปุ่น ร้านขนมหวาน โมจิ หรือร้านเบเกอรี่สไตล์ญี่ปุ่น

จะเห็นได้ว่า การเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นนั้นนอกจากจะมีตัวเลือกที่หลากหลายแล้ว ร้านอาหารญี่ปุ่นยังสามารถทำได้หลายระดับด้วยกัน ตั้งแต่เมนูราคาเบาๆ เข้าถึงง่าย จนไปถึงร้านอาหารสไตล์บุฟเฟต์ ร้านอาหารระดับพรีเมียม และโอมากาเสะ (Omakase) ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมที่เน้นเสิร์ฟเมนูคอร์สที่คัดสรรมาโดยเซฟประจำร้าน ดังนั้น การเลือกเมนูก่อนเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นและระดับของร้านที่ต้องการจะทำ จึงเป็นส่วนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะเป็นการกำหนดเมนูและรูปแบบแล้ว ยังเป็นการกำหนดต้นทุนเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นไปในตัวด้วย

2. วิเคราะห์ทำเล กำหนดกลุ่มเป้าหมาย

ไม่ว่าคุณจะเปิดร้านอาหารญี่ปุ่น หรือเปิดร้านอาหารประเภทใด การเลือกทำเลที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสามารถกำหนดความสำเร็จของธุรกิจที่ทำได้ โดยสิ่งที่ควรพิจารณาเมื่อกำลังตัดสินใจเลือกทำเล จะมีอยู่หลักๆ ดังนี้

  • การเข้าถึง: ลูกค้าสามารถเดินทางมาร้านได้สะดวกหรือไม่ มีที่จอดรถเพียงพอหรือไม่ หรืออยู่ในจุดอับสัญจรหรือไม่
  • กลุ่มลูกค้าในพื้นที่: ศึกษาประชากรในบริเวณนั้นๆ เช่น รายได้ ไลฟ์สไตล์ และความชื่นชอบอาหารญี่ปุ่น เพื่อให้มั่นใจว่าการเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นของเราจะสามารถจับฐานลูกค้ากลุ่มนี้ได้
  • คู่แข่ง: สำรวจว่ามีร้านอาหารญี่ปุ่นในบริเวณใกล้เคียงมากน้อยแค่ไหน และมีความแตกต่างอย่างไร มีจุดไหนที่เป็นช่องว่างให้ร้านอาหารของเราแทรกตัวได้
  • ค่าเช่า: เปรียบเทียบค่าเช่ากับศักยภาพในการทำรายได้ของแต่ละพื้นที่ ว่ามีความคุ้มค่าหรือไม่ โดยค่าเช่าที่เหมาะนั้น ไม่ควรมากกว่า 10% ของรายได้ร้านอาหารต่อเดือน

การวิเคราะห์ทำเลและกลุ่มเป้าหมายให้ละเอียดจะช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาด การตั้งราคา และการออกแบบเมนูให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

3. รู้จักวิธีจัดการวัตถุดิบ เลือกแหล่งที่มา

อาหารญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับคุณภาพของวัตถุดิบเป็นอย่างมาก ดังนั้น การเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นจึงต้องใส่ใจในการจัดหาและจัดการวัตถุดิบที่มีคุณภาพ และสดใหม่ตลอด โดยควรพิจารณาจาก

  • แหล่งวัตถุดิบ: ศึกษาแหล่งจำหน่ายวัตถุดิบสำหรับอาหารญี่ปุ่นที่น่าเชื่อถือ ทั้งตลาดสด ตลาดค้าส่ง ผู้นำเข้าโดยตรง รวมถึงวัตถุดิบภายในประเทศ
  • ความสดใหม่: โดยเฉพาะปลาและอาหารทะเลที่มีอายุการเก็บรักษาที่น้อยกว่าเนื้อสัตว์อื่นๆ จึงอาจต้องมีระบบการจัดเก็บที่เหมาะสม หรือการจัดการสต็อกวัตถุดิบที่แม่นยำ
  • การบริหารสต็อก: วางแผนการสั่งซื้อและจัดเก็บวัตถุดิบให้เหมาะสม เพื่อลดการสูญเสีย และคงคุณภาพวัตถุดิบให้สดใหม่เสมอ

และนอกจากการบริหาร จัดการวัตถุดิบต่างๆ แล้ว การเลือกใช้อุปกรณ์เปิดร้านอาหารญี่ปุ่นที่ดีและมีคุณภาพ อย่างเช่นโหลแก้วและกล่องถนอมอาหารคุณภาพดีสำหรับจัดเก็บวัตถุดิบ จะช่วยรักษาความสดใหม่และคุณภาพของวัตถุดิบได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงอุปกรณ์ครัวอื่นๆ อย่างเช่น มีด เขียงไม้ หม้อ ถาด แก้ว ที่มีคุณภาพยิ่งสามารถช่วยดึงความอร่อยเมนูประจำร้าน ให้ออกมาโดดเด่น น่ารับประทานได้เหมือนกัน

4. วางระบบครัวของร้าน ให้การทำงานและบริหารลื่นไหล

การออกแบบและจัดการระบบครัวที่มีประสิทธิภาพ ถือเป็นหัวใจสำคัญของการเปิดร้านอาหารญี่ปุ่น เพราะนอกจากจะช่วยให้การทำงานภายในเป็นระบบและลดข้อผิดพลาดต่างๆ ได้แล้ว ร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีระบบระเบียบ ยังทำให้สามารถรับลูกค้าจำนวนมากๆ ได้สบายๆ ได้กำไรที่เพิ่มขึ้น และลดค่าใช้จ่ายจากความผิดพลาดได้ด้วย โดยระบบที่ควรพิจารณาในการออกแบบจัดการ เช่น

  • ผังครัว: ควรออกแบบให้การทำงานลื่นไหล แบ่งโซนชัดเจน เช่น โซนปรุงอาหารร้อน โซนเตรียมซูชิ เพื่อให้การเตรียมอาหารเป็นระบบ และลดการปนเปื้อนของเมนูต่างประเภท
  • อุปกรณ์ครัว: เลือกอุปกรณ์คุณภาพดีที่เหมาะกับการทำอาหารญี่ปุ่น เช่น มีดแล่ปลา เขียงไม้ หม้อ ถาด
  • ระบบการสั่งอาหาร: ควรพิจารณาใช้บริการซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคชันที่ช่วยจัดการการสั่งอาหาร เพื่อลดเวลาจัดการและจัดหาวัตถุดิบ
  • ระบบสินค้าคงคลัง: ตรวจสอบและจัดการวัตถุดิบที่มีในสต็อกอย่างเป็นระบบ

5. รู้จักการทำตลาด สร้างจุดเด่นให้ร้าน

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยมีการแข่งขันสูงในทุกๆ ระดับ การสร้างจุดเด่นและการทำการตลาดที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นใหม่ โดยแนวทางการตลาดที่ควรพิจารณา ได้แก่

  • สร้างเอกลักษณ์ให้ร้าน: กำหนดจุดเด่นของร้าน เช่น เมนูพิเศษ การตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์ หรือบริการพิเศษต่างๆ ที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้
  • การตลาดออนไลน์: ใช้สื่อโซเชียลมีเดียในการสร้างการรับรู้ ทำให้ร้านอาหารของเราเป็นที่รู้จัก โดยเริ่มจากการแสดงเมนูอาหารที่น่าสนใจ โปรโมชั่นประจำเดือน และรีวิวจากลูกค้า
  • ร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์: เชิญนักรีวิวอาหารหรืออินฟลูเอนเซอร์มาแนะนำและโปรโมตร้าน เพื่อกระตุ้นให้ร้านเป็นที่รู้จักมากขึ้น
  • โปรโมชั่นพิเศษ: จัดโปรโมชั่นที่น่าสนใจเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่และรักษาลูกค้าเก่า เช่น สั่ง 1 แถม 1 หรือเมนูพิเศษประจำเดือน เป็นต้น

การเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นให้ประสบความสำเร็จนั้น นอกจากจะต้องอาศัยการศึกษา วางแผน และการนำเสนอที่มีเอกลักษณ์แล้ว เตรียมความพร้อมอย่างรอบคอบ คัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพ รวมถึงการทำอาหารที่อร่อยถูกปาก ก็จะทำให้ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นของคุณมีโอกาสเติบโต และประสบความสำเร็จในตลาดร้านอาหารนี้ได้อย่างยั่งยืน และอย่าลืมที่จะเลือกใช้อุปกรณ์คุณภาพ อย่างเช่น กล่องข้าว จาก Oceantableware ด้วย

เลือกซื้อกล่องข้าวที่ปลอดภัยจาก Oceantableware

Oceantableware คือ ผู้จัดจำหน่ายกล่องข้าวพลาสติก, กล่องเก็บอาหาร และอุปกรณ์ครัวอื่นๆ เช่น หม้อ ถาด โหลแก้ว เขียงไม้ แก้ว และแก้วไวน์ที่ได้มาตรฐาน จากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ มีคุณภาพระดับเวิลด์คลาส เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และจัดเลี้ยง รวมถึงบริษัทและองค์กรต่างๆ จากประสบการณ์กว่า 38 ปี เรามุ่งเน้นการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารสู่ความทันสมัยอย่างมีสไตล์ ตอบโจทย์ทุกช่วงเวลาของความสุข ช่วยสร้างช่วงเวลาที่น่าจดจำ โอเชียนกลาสจึงเป็นผู้นำการจัดจำหน่ายมีด และเครื่องครัวอื่นๆ ของเอเชียและส่งออกไปมากกว่า 90 ประเทศทั่วโลก

สอบถามเกี่ยวกับเซตของขวัญได้ที่: 

LINE: @oceanonline

โทร.: 062-390-0075

อีเมล: CS@oceanglass.com