สำหรับร้านอาหารที่ต้องการความมืออาชีพในทุกรายละเอียด การเลือกใช้อุปกรณ์ครัวที่เหมาะสมถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง แต่หากพูดถึงอุปกรณ์ครัวระดับมืออาชีพแล้ว ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการร้านอาหารมือใหม่ หรือคนทั่วไป ก็มักจะนึกถึงมีดทำครัว กระทะ หม้อต่างๆ และอาจไม่ได้ให้ความสนใจกับ “เขียง” สักเท่าไร แต่ความจริงแล้ว เขียงถือเป็นอุปกรณ์พื้นฐานชิ้นสำคัญ ที่ส่งผลต่อคุณภาพอาหาร ความปลอดภัย และประสิทธิภาพการทำงานในครัวไม่น้อย
ในบทความนี้ Oceantableware จะทุกคนไปดูกันว่า เขียงแบบไหนดีถึงจะเหมาะกับร้านอาหารระดับมืออาชีพ มีวิธีเลือกและใช้งานแตกต่างจากการทำอาหารทั่วไปอย่างไรบ้าง พร้อมเคล็ดลับในการดูแลเขียงให้อยู่คู่ครัวไปอีกนาน
เลือกวัสดุเขียงแบบไหนดี
การเลือกวัสดุเขียงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุด เพราะวัสดุจะเป็นตัวกำหนดความทนทาน ความปลอดภัย และการใช้งานในระยะยาว โดยวัสดุเขียงแบบไหนดี ใช้เขียงแบบไหนปลอดภัย เหมาะสำหรับใช้ในร้านอาหารนั้น จะมีอยู่มี 3 ประเภทหลักๆ ได้แก่
เขียงไม้
เขียงไม้เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมายาวนาน โดยเฉพาะในร้านอาหารที่ใส่ใจในคุณภาพและการทำอาหาร เนื่องจากเขียงไม้มีความทนทาน และยังดูแลรักษาง่าย ทำให้ในท้องตลาดมีตัวเลือกเขียงไม้ต่างๆ มากมายให้เลือก
หากถามว่าเขียงไม้อะไรดีที่สุด หรือเขียงทําจากไม้อะไรดีละก็ โดยทั่วไปแล้ว ไม้ไผ่ ไม้สัก และไม้ยางพารา มักเป็นตัวเลือกที่พบเจอได้บ่อยๆ แต่การเลือกไม้เขียงแบบไหนดีนั้น ก็มักเลือกขึ้นอยู่กับความชอบในลายไม้และผิวสัมผัสของแต่ละคน
ข้อดีของเขียงไม้
- เป็นมิตรกับใบมีด: เขียงไม้มีความนุ่มพอดี ไม่ทำให้ใบมีดทื่อเร็ว ช่วยยืดอายุการใช้งานของมีดครัว
- มีความสวยงาม: ลายไม้ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นธรรมชาติ น่าใช้งาน
- มีคุณสมบัติต้านแบคทีเรีย: เขียงไม้คุณสมบัติที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค และยังดูซับน้ำได้ดี ช่วยป้องกันการสะสมของแบคทีเรีย
ข้อเสียของเขียงไม้
- ต้องการการดูแลพิเศษ: ต้องทำความสะอาดและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ
- เสี่ยงต่อการขึ้นรา: หากไม่ทำความสะอาดและเก็บรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เขียงไม้ขึ้นรา ต้องดูแลทำความสะอาดเขียงให้แห้งสนิททุกครั้งหลังใช้งาน หรือหากต้องการใช้เขียงไม้อะไรไม่ขึ้นรา ก็ควรเลือกเขียงที่ผลิตจากไม้เนื้อแข็ง ที่มีโอกาสขึ้นราน้อยกว่าไม้เนื้ออ่อน
- เสี่ยงต่อการแตกหัก: เขียงไม้มีโอกาสแตกหักจากการใช้งาน หากต้องการทำอย่างไร เขียงไม้ไม่แตกง่าย ให้ทาน้ำมันพืชลงบนผิวเขียงและหลีกเลี่ยงการแช่เขียงในน้ำเป็นเวลานาน
เขียงพลาสติก
เขียงพลาสติกเป็นตัวเลือกยอดนิยมในร้านอาหารต่างๆ เนื่องจากมีความทนทานสูง น้ำหนักเบา ดูแลรักษาง่าย และยังสามารถเลือกสีสันต่างๆ ให้เหมาะสมกับการใช้หั่นวัตถุดิบแต่ละแบบ ตอบโจทย์ร้านอาหารที่กำลังมองหาเขียงแบบไหนดี ที่เหมาะสำหรับการดูแลมาตรฐานสุขอนามัยอย่างเข้มงวด
ข้อดีของเขียงพลาสติก
- ทำความสะอาดง่าย: สามารถล้างด้วยน้ำยาล้างจานและฟองน้ำ หรือจะใช้กับเครื่องล้างจานก็ได้
- ปลอดภัย ถูกสุขอนามัย: พลาสติกไม่ดูดซับน้ำและกลิ่น ลดความเสี่ยงของการเพาะเชื้อ
- น้ำหนักเบา: เคลื่อนย้ายง่าย จัดเก็บง่าย
- ราคาประหยัด: ตอบโจทย์ผู้ประกอบการที่มีงบจำกัด
- ตัวเลือกหลากหลายสี: ช่วยในการแยกประเภทอาหารตามมาตรฐานความปลอดภัยของอาหาร
ข้อเสียของเขียงพลาสติก
- ทำให้มีดทื่อเร็ว: ผิวพลาสติกแข็งกว่าไม้ อาจส่งผลต่ออายุใช้งานของใบมีด
- เกิดรอยมีดง่าย: รอยมีดลึกอาจเป็นที่สะสมของเชื้อโรค
- อาจปนเปื้อนสารเคมี: หากใช้พลาสติกคุณภาพต่ำ
เขียงสแตนเลส
เขียงสแตนเลสอาจไม่ได้เป็นตัวเลือกแรกๆ ในการเลือกเขียงแบบไหนดี แต่ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย โดยเขียงสแตนเลสนั้น โดดเด่นทั้งในเรื่องความทนทาน และการทำความสะอาดที่ง่าย ปลอดภัยต่อสุขภาพ ไม่มีสารเคมีอันตรายเหมือนกับพลาสติกบางประเภท หากถามว่าเขียงสแตนเลส อันตรายไหม บอกเลยว่าหายห่วง
ข้อดีของเขียงสแตนเลส
- ทนทานที่สุด: ไม่แตก ไม่บิ่น ไม่เปื่อยเน่า ใช้งานได้นาน
- ถูกสุขอนามัย: ไม่ดูดซับน้ำ กลิ่น หรือสีจากวัตถุดิบ
- ทำความสะอาดง่าย: ล้างได้หมดจด ฆ่าเชื้อได้ง่าย
- ไม่มีสารปนเปื้อน: ปลอดภัยต่อสุขภาพ 100%
ข้อเสียของเขียงสแตนเลส
- ทำให้มีดทื่อเร็ว: เนื่องจากสแตนเลสมีความแข็ง การใช้มีดบนเขียงสเตนเลสจึงอาจทำให้มีดบิ่น หรือทื่อเร็วกว่าวัสดุอื่นๆ
- เสียงดัง: การสับหรือหั่นอาหารบนเขียงสแตนเลส อาจเกิดเสียงดังมากกว่าเขียงชนิดอื่นๆ
- ราคาสูง: ต้นทุนสูงกว่าเขียงชนิดอื่นๆ
- เก็บอุณหภูมิ: ต้องระมัดระวังเรื่องความร้อนระหว่างใช้งาน
ขนาดของเขียงต้องใหญ่แค่ไหน?
การเลือกขนาดเขียงแบบไหนดี ถึงจะเหมาะสมนั้น ต้องคำนึงจากหลายๆ ปัจจัยด้วยกัน ได้แก่ ขนาดพื้นที่ใช้สอยในครัวที่เพียงพอในการใช้งานและจัดเก็บเขียง และขนาดของเขียงที่ใหญ่เพียงพอสำหรับการวางวัตถุดิบแต่ละชนิด ซึ่งแน่นอนว่า สำหรับร้านอาหารและครัวแต่ละแห่งย่อมมีปัจจัยเหล่านี้ที่แตกต่างกัน โดยมีขนาดเขียงมาตรฐาน ดังนี้
ขนาดกว้าง-ยาว-หนามาตรฐาน
- ขนาดเขียงมาตรฐาน: ขนาดกว้าง - ยาวประมาณ 30x20 ซม. เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป
- ขนาดใหญ่: ขนาดกว้าง - ยาวประมาณ 40x60 ซม. ไปจนถึงขนาด 120x50 ซม. ขึ้นไป สำหรับการเตรียมอาหารปริมาณมาก หรือการเตรียมวัตถุดิบขนาดใหญ่ เช่น การแล่ปลา หรือการแล่เนื้อสัตว์ทั้งตัว
- ความหนาเขียงมาตรฐาน: เขียงควรหนาอย่างน้อย 2-3 ซม. เพื่อความมั่นคงและทนทาน
เลือกใช้เขียงตามสีที่เหมาะสม
ในการควบคุมความสะอาดและสุขอนามัยของร้านอาหารนั้น หนึ่งปัจจัยสำคัญคือการป้องกันการปนเปื้อนของอาหารและวัตถุต่างๆ และหนึ่งในสาเหตุหลักของการปนเปื้อนนั้น มักเกิดจากการใช้เขียงอันเดียวกันในการเตรียมวัตถุดิบ ทั้งของสด ของปรุงสุก และของกินดิบ ทำให้เมนูอาหารของเราเกิดการปนเปื้อน และเป็นอันตรายต่อทั้งสุขภาพ และภาพลักษณ์ของร้านได้
เพื่อป้องกันการปนเปื้อน อุตสาหกรรมร้านอาหารส่วนใหญ่ โดยเฉพาะครัวโรงแรม และร้านอาหารระดับสูงได้มีการกำหนดสีของเขียงตามประเภทการใช้งาน ตามระบบมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยอาหาร หรือ HACCP (Hazard Analysis Critical Control Points) โดยสามารถแบ่งได้ตามนี้
- เขียงสีแดง: เนื้อดิบ (เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อแกะ)
- เขียงสีเหลือง: เป็ด ไก่ สัตว์ปีกต่างๆ
- เขียงสีเขียว: ผัก ผลไม้
- เขียงสีขาว: เบเกอรี่ เค้ก ขนมหวาน
- เขียงสีน้ำเงิน: ปลา อาหารทะเล
- เขียงสีน้ำตาลเข้ม: อาหารปรุงสุกแล้ว
มองหาคุณสมบัติพิเศษอื่นๆ ในเขียง
นอกจากการเลือกเขียงแบบไหนดีตามวัสดุ ขนาด และการใช้งานแล้ว เขียงแต่ละชิ้นต่างก็มีการออกแบบพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งาน อาทิ
- ฐานยางกันลื่น: ป้องกันการเลื่อนไถลระหว่างการใช้งาน เพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ใช้
- ร่องขอบเขียง: ร่องตามแนวขอบเขียงช่วยกักน้ำและเศษอาหาร ไม่ให้ไหลเลอะออกมาจากเขียง
- หูหิ้ว: ช่วยในการหยิบจับและแขวนเก็บ ทำความสะอาดและเก็บรักษาง่ายขึ้น
- ผิวสัมผัสกันลื่น: สำหรับการแล่ปลา ช่วยให้วัตถุดิบเกาะติดเขียงมากขึ้น
การเตรียมเขียงใหม่ก่อนใช้งาน
สำหรับผู้ที่ซื้อ เขียง มาใหม่ ก่อน ใช้ ต้อง ทํา อย่างไรบ้าง สำหรับเขียงใหม่ๆ นั้น ควรทำความสะอาดเพื่อล้างคราบสกปรกหรือสารเคลือบต่างๆ โดยสำหรับเขียงทั่วไป สามารถทำได้ด้วยการล้างน้ำสบู่อุ่นๆ หรือน้ำยาล้างจาน เพื่อขจัดสิ่งสกปรกและสารเคมีตกค้าง แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด เช็ดให้แห้ง แล้วนำไปจัดเก็บหรือใช้งาน
แต่สำหรับเขียงไม้ จะมีขั้นตอนการดูแลรักษาที่แตกต่าง ดังนี้
- แช่เขียงไม้ในน้ำเกลือเป็นเวลา 2 เดือน เพื่อขจัดคราบต่างๆ
- นำเขียงออกมาตากลมให้แห้ง
- นำน้ำมันพืชมาทาผิวเขียงทั้งสองฝั่ง ทิ้งไว้เป็นเวลา 1 คืน
- จากนั้นนำเขียงออกมาล้างตามขั้นตอนปกติ เป็นอันเรียบร้อย
ดูแลเขียงอย่างไร ให้ทนทานใช้งานได้อีกนาน
การดูแลรักษาเขียงที่ถูกต้องจะช่วยยืดอายุการใช้งานและรักษาความปลอดภัยและความสะอาดของอาหารและครัวของเรามากขึ้น โดยวิธีการดูแลเขียงอย่างไรดี สามารถทำได้ตามนี้
การทำความสะอาดประจำวัน
- ล้างน้ำสบู่อุ่นๆ หรือน้ำยาล้างจานหลังใช้งาน
- ใช้แปรงขัดเบาๆ เพื่อขจัดเศษอาหารในร่อง
- ล้างน้ำสะอาดและเช็ดให้แห้ง
การเก็บรักษา
- เก็บในที่แห้งและระบายอากาศได้ดี
- หลีกเลี่ยงการเก็บซ้อนทับกันเมื่อยังไม่แห้งสนิท
- ตรวจสอบสภาพประจำและเปลี่ยนทดแทนเมื่อมีรอยแตกลึก สึกกร่อน หรือมีคราบรา
การตัดสินใจว่าเขียงแบบไหนดีสำหรับร้านอาหารมืออาชีพนั้น ต้องพิจารณาปัจจัยหลายอย่างร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นประเภทอาหารที่เตรียม ปริมาณงาน งบประมาณ และมาตรฐานสุขอนามัยที่ต้องปฏิบัติตาม
สำหรับร้านอาหารที่ต้องการความปลอดภัยสูงสุด แนะนำให้ใช้เขียงพลาสติกหลากสีประกอบกับเขียงไม้สำหรับงานพิเศษ หรือหากงบประมาณเพียงพอ เขียงสแตนเลสจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในระยะยาว
นอกจากเขียงแล้ว การเลือกอุปกรณ์ครัวอื่นๆ เช่น ถาด หม้อ ปิ่นโต กล่องข้าว และแก้วกาแฟ ที่มีคุณภาพก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน สำหรับผู้ที่ต้องการอุปกรณ์ครัวคุณภาพสูงสำหรับร้านอาหาร Oceantableware พร้อมให้บริการและคำแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของธุรกิจคุณ

เลือกซื้อแก้วหลากหลายประเภทจาก Oceantableware
Oceantableware คือ ผู้จัดจำหน่ายชุดเครื่องแก้ว แก้วชาและกาแฟ แก้วเบียร์ แก้วเหล้า อุปกรณ์ครัวอื่นๆ ที่ได้มาตรฐาน จากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ มีคุณภาพระดับเวิลด์คลาส เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และจัดเลี้ยง รวมถึงบริษัทและองค์กรต่าง ๆ จากประสบการณ์กว่า 38 ปี เรามุ่งเน้นการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารสู่ความทันสมัยอย่างมีสไตล์ ตอบโจทย์ทุกช่วงเวลาของความสุข ช่วยสร้างช่วงเวลาที่น่าจดจำ โอเชียนกลาสจึงเป็นผู้นำการจัดจำหน่ายชุดแก้ว และเครื่องครัวอื่นๆ ของเอเชียและส่งออกไปมากกว่า 90 ประเทศทั่วโลก
สอบถามเกี่ยวกับชุดเครื่องแก้วและเซตของขวัญได้ที่:
LINE: @oceanonline
โทร.: 062-390-0075
อีเมล: CS@oceanglass.com

